สนับสนุนโดย สกว. HSM     

 
ไข่เยี่ยวม้า : ตอนที่ 3 C วิธีทำไข่เยี่ยวม้า - ปฏิกิริยาเคมีที่เกี่ยวข้อง
ผู้เขียน: วินิต ณ ระนอง
วันที่: 8 พ.ย. 2553


วิธีทำไข่เยี่ยวม้า (1) แบบเคลือบ - ดั้งเดิม (ใช้น้ำชา, เกลือ, ขี้เถ้าไม้, ปูนขาว)

ปฏิกิริยาเคมีที่เกี่ยวข้อง และคำอธิบายอย่างย่อ

ขี้เถ้าไม้ ประกอบด้วย Sodium carbonate และ Potassium carbonate ซึ่งทำปฏิกิริยากับปูนขาว (Calcium oxide) และน้ำเกิดเป็น Sodium hydroxide และ Potassium hydroxide

 

Na2CO3 (Sodium carbonate) + CaO (Calcium oxide) + H2O ---> 2 NaOH (Sodium hydroxide) + CaCO3
 
K2CO3 (Potassium carbonate) + CaO (Calcium oxide) + H2O ---> 2 KOH (Potassium hydroxide) + CaCO3
 
Sodium hydroxide และ Potassium hydroxide จะซึมผ่านเปลือกไข่ และ Semi-Permeable Membrane เข้าไปทำปฏิกิริยากับไข่ขาว และไข่แดง โดยโปรตีนในไข่ขาวจะจับตัวกันเป็นวุ้น และจะถูกย่อยสลายเป็น Polypeptides ที่มีขนาดเล็กลง หรือจนกลายเป็น Amino acids ส่วนโปรตีน ไขมัน และสารอื่นๆ ในไข่แดง จะทำปฏิกิริยาที่ซับซ้อนกว่า ทำให้ไข่แดงเปลี่ยนสภาพเป็นครีมกึ่งแข็ง (คล้ายไข่ต้มที่ยังไม่สุกเต็มที่) และเปลี่ยนสีเป็น เขียว - น้ำตาล - ดำ

 

น้ำชา ประกอบด้วย Tannin ซึ่งเมื่อซึมผ่านเข้าไปในไข่ จะช่วยทำให้โปรตีนจับตัวกัน และอาจช่วยในการเปลี่ยนสีของไข่ขาวและไข่แดงด้วย

 

 

วิธีทำไข่เยี่ยวม้า (2) แบบเคลือบ - ไม่ใช้ขี้เถ้าไม้ และน้ำชา (ใช้น้ำ, โซดาไฟ, ปูนขาว, เกลือแกง, ผงถ่าน)

ปฏิกิริยาเคมีที่เกี่ยวข้อง และคำอธิบายอย่างย่อ [ สำหรับคำอธิบายที่ซ้ำกัน ให้อ่านในวิธีทำไข่เยี่ยวม้า (1) ]

 

โซดาไฟ คือ NaOH (Sodium hydroxide)

 
ปูนขาว (Calcium oxide ; CaO) ทำปฏิกิริยากับน้ำ เกิดเป็น Calcium hydroxide
 
CaO (Calcium oxide) + H2O ---> Ca(OH)2 (Calcium hydroxide)
 
Sodium hydroxide และ Calcium hydroxide จะซึมผ่านเปลือกไข่ และ Semi-Permeable Membrane เข้าไปทำปฏิกิริยากับไข่ขาวและไข่แดง

 

วิธีทำไข่เยี่ยวม้า (3) แบบเคลือบ ไม่ใช้ขี้เถ้าไม้ (ใช้น้ำชา, โซดาไฟ, ปูนขาว, เกลือแกง, ผงถ่าน)

ปฏิกิริยาเคมีที่เกี่ยวข้อง และคำอธิบายอย่างย่อ [ สำหรับคำอธิบายที่ซ้ำกัน ให้อ่านในวิธีทำไข่เยี่ยวม้า (1) ]

 

โซดาไฟ คือ NaOH (Sodium hydroxide)

 

ปูนขาว (Calcium oxide ; CaO) ทำปฏิกิริยากับน้ำ เกิดเป็น Calcium hydroxide

 

CaO (Calcium oxide) + H2O ---> Ca(OH)2 (Calcium hydroxide)

 
Sodium hydroxide และ Calcium hydroxide จะซึมผ่านเปลือกไข่ และ Semi-Permeable Membrane เข้าไปทำปฏิกิริยากับไข่ขาวและไข่แดง

 

น้ำชา ประกอบด้วย Tannin ซึ่งเมื่อซึมผ่านเข้าไปในไข่ จะช่วยทำให้โปรตีนจับตัวกัน และอาจช่วยในการเปลี่ยนสีของไข่ขาวและไข่แดงด้วย

 

วิธีทำไข่เยี่ยวม้า (4) แบบแช่ในสารละลายด่าง ไม่ใช้ขี้เถ้าไม้ (ใช้น้ำชา, โซดาแอช, ปูนขาว, เกลือแกง)

ปฏิกิริยาเคมีที่เกี่ยวข้อง และคำอธิบายอย่างย่อ [ สำหรับคำอธิบายที่ซ้ำกัน ให้อ่านในวิธีทำไข่เยี่ยวม้า (1) ]

 

โซดาแอช (Sodium carbonate) ทำปฏิกิริยากับปูนขาว และน้ำ เกิดเป็น Sodium hydroxide

 
Na2CO3 (Sodium carbonate) + CaO (Calcium oxide) + H2O ---> 2 NaOH (Sodium hydroxide) + CaCO3
 
ปูนขาว (Calcium oxide ; CaO) ทำปฏิกิริยากับน้ำ เกิดเป็น Calcium hydroxide
 
CaO (Calcium oxide) + H2O ---> Ca(OH)2 (Calcium hydroxide)
 
Sodium hydroxide และ Calcium hydroxide จะซึมผ่านเปลือกไข่ และ Semi-Permeable Membrane เข้าไปทำปฏิกิริยากับไข่ขาวและไข่แดง
 
น้ำชา ประกอบด้วย Tannin ซึ่งเมื่อซึมผ่านเข้าไปในไข่ จะช่วยทำให้โปรตีนจับตัวกัน และอาจช่วยในการเปลี่ยนสีของไข่ขาวและไข่แดงด้วย

วิธีทำไข่เยี่ยวม้า (5) แบบแช่ในสารละลายด่าง - ไม่ใช้ขี้เถ้าไม้ ปูนขาว และน้ำชา (ใช้น้ำ, โซดาไฟ, เกลือแกง,)

ปฏิกิริยาเคมีที่เกี่ยวข้อง และคำอธิบายอย่างย่อ [ สำหรับคำอธิบายที่ซ้ำกัน ให้อ่านในวิธีทำไข่เยี่ยวม้า (1) ]

 

โซดาไฟ คือ NaOH (Sodium hydroxide)

 

Sodium hydroxide จะซึมผ่านเปลือกไข่ และ Semi-Permeable Membrane เข้าไปทำปฏิกิริยากับไข่ขาวและไข่แดง

วิธีทำไข่เยี่ยวม้า (6) แบบแช่ในสารละลายด่าง (ใช้น้ำชา, โซดาแอช, ปูนขาว, เกลือแกง, ซิงค์ออกไซด์)

ปฏิกิริยาเคมีที่เกี่ยวข้อง และคำอธิบายอย่างย่อ [ สำหรับคำอธิบายที่ซ้ำกัน ให้อ่านในวิธีทำไข่เยี่ยวม้า (1) และ (4) ]

โซดาแอช (Sodium carbonate) ทำปฏิกิริยากับปูนขาว และน้ำ เกิดเป็น Sodium hydroxide

 

ปูนขาว (Calcium oxide ; CaO) ทำปฏิกิริยากับน้ำ เกิดเป็น Calcium hydroxide

Sodium hydroxide และ Calcium hydroxide จะซึมผ่านเปลือกไข่ และ Semi-Permeable Membrane เข้าไปทำปฏิกิริยากับไข่ขาวและไข่แดง

น้ำชา ประกอบด้วย Tannin ซึ่งเมื่อซึมผ่านเข้าไปในไข่ จะช่วยทำให้โปรตีนจับตัวกัน  และอาจช่วยในการเปลี่ยนสีของไข่ขาวและไข่แดงด้วย

ซิงค์ออกไซด์ทำปฏิกิริยา กับ Sodium hydroxide เกิดเป็นสารประกอบเชิงซ้อนที่ละลายในน้ำได้

ZnO (Zinc oxide) + 2 NaOH (Sodium hydroxide) + H2O ---> Na2 [Zn(OH)4] (Sodium tetrahydroxozincate)

Na2 [Zn(OH)4] สามารถซึมผ่านเข้าไปในไข่ และรวมตัวกับโปรตีนได้ดี จึงช่วยเร่งให้โปรตีนจับตัวกันได้เร็วขึ้นอีก

ข้อมูลเพิ่มเติม / สิ่งที่ควรทราบ

  • วิธีทำไข่เยี่ยวม้า แบบแช่ในสารละลายด่าง ซึ่งใช้โซดาไฟ (Sodium hydroxide) เป็นวิธีที่เร็วที่สุด
  • ไข่เยี่ยวม้าที่ได้จากการแช่ในสารละลายด่าง ซึ่งมีความเข้มข้นของ Sodium hydroxide ระหว่าง 3.6 % ถึง 4.6 % จะมีคุณภาพดีที่สุด
  • การทำไข่เยี่ยวม้าโดยการแช่ในสารละลาย Sodium hydroxide เข้มข้น 3.6 % ที่อุณหภูมิ 20 - 30 องศาเซลเซียส จะใช้เวลา 55 - 65 วัน
  • การทำไข่เยี่ยวม้าโดยการแช่ในสารละลาย Sodium hydroxide เข้มข้น 4.6 % ที่อุณหภูมิ 20 - 30 องศาเซลเซียส จะใช้เวลา 35 - 40 วัน
  • การใช้ Tannin (จากน้ำชา) และ Zinc oxide ในการทำไข่เยี่ยวม้า จะช่วยเร่งให้โปรตีนในไข่จับตัวกันเร็วขึ้น / เปลี่ยนสภาพเร็วขึ้น
  • ข้อดีของการใช้ Tannin (จากน้ำชา) คือ ช่วยลดอันตรายจากตะกั่ว (ในกรณีที่มีตะกั่วปนเปื้อนในไข่เยี่ยวม้า จากสารเคมีและวัสดุอื่นอยู่แล้ว)
  • ข้อด้อยของการใช้ Tannin (จากน้ำชา) คือ อาจละลายตะกั่วจากสารเคมีและวัสดุอื่น แล้วนำเข้าไปปนเปื้อนในไข่เยี่ยวม้า
  • ข้อดีของการใช้ Zinc oxide คือ  ช่วยยับยั้ง การเติบโต ของ แบคทีเรีย และ เชื้อรา
  • ข้อด้อยของการใช้ Zinc oxide คือ ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดภาวะขาดทองแดง (Copper Deficiency)

หมายเหตุ

Sodium hydroxide

เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 ตามพรบ. วัตถุอันตราย ควบคุมโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม และกรมประมง

 

Potassium hydroxide

เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 ตามพรบ. วัตถุอันตราย ควบคุมโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม

  สารเคมีที่เกี่ยวข้อง:
Potassium hydroxide
Sodium hydroxide
 
  ข้อคิดเห็น
   
ข้อคิดเห็นที่ 1:1

เมื่อใช้ Zinc oxide แล้วเกิดเกิดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะขาดทองแดง และถ้าขาดทองแดงจะทำให้เกิดโรคอะไร

โดย:  ชุมพล สิมชาติ  [22 พ.ย. 2553 14:14]
 
   
ข้อคิดเห็นที่ 2:2

ไข่เยี่ยวม้า  -  บทนำ        http://www.chemtrack.org/News-Detail.asp?TID=4&ID=27        
ตอนที่ 1   ไข่เยี่ยวม้า คือ อะไร        http://www.chemtrack.org/News-Detail.asp?TID=4&ID=25        
ตอนที่ 2   ประวัติ ไข่เยี่ยวม้า        http://www.chemtrack.org/News-Detail.asp?TID=4&ID=26        
ตอนที่ 3 A   วิธีทำไข่เยี่ยวม้า - ตัวอย่างสูตร และ ขั้นตอนการทำ        http://www.chemtrack.org/News-Detail.asp?TID=4&ID=28        
ตอนที่ 3 B   วิธีทำไข่เยี่ยวม้า - วิธีของกรมวิทยาศาสตร์บริการ        
http://www.chemtrack.org/News-Detail.asp?TID=4&ID=29        
ตอนที่ 3 C   วิธีทำไข่เยี่ยวม้า - ปฏิกิริยาเคมีที่เกี่ยวข้อง        http://www.chemtrack.org/News-Detail.asp?TID=4&ID=30        
ตอนที่ 4   ไข่เยี่ยวม้า มีอันตรายหรือไม่        http://www.chemtrack.org/News-Detail.asp?TID=4&ID=31        
ตอนที่ 5   ข้อเสนอ ในการทำไข่เยี่ยวม้า        http://www.chemtrack.org/News-Detail.asp?TID=4&ID=32        
ตอนที่ 6   ประกาศกระทรวงสาธารณสุข  ( ฉบับที่ 236 )  พ.ศ. 2544  เรื่อง ไข่เยี่ยวม้า        http://www.chemtrack.org/News-Detail.asp?TID=4&ID=33

โดย:  Summary  [25 ธ.ค. 2553 02:57]
 
   
ข้อคิดเห็นที่ 3:3

http://www.chemtrack.org/News-Detail.asp?TID=4&ID=27        ไข่เยี่ยวม้า  -  บทนำ        
http://www.chemtrack.org/News-Detail.asp?TID=4&ID=25        ตอนที่ 1   ไข่เยี่ยวม้า คือ อะไร
http://www.chemtrack.org/News-Detail.asp?TID=4&ID=26        ตอนที่ 2   ประวัติ ไข่เยี่ยวม้า        
http://www.chemtrack.org/News-Detail.asp?TID=4&ID=28        ตอนที่ 3 A   วิธีทำไข่เยี่ยวม้า - ตัวอย่างสูตร และ ขั้นตอนการทำ        
http://www.chemtrack.org/News-Detail.asp?TID=4&ID=29        ตอนที่ 3 B   วิธีทำไข่เยี่ยวม้า - วิธีของกรมวิทยาศาสตร์บริการ        
http://www.chemtrack.org/News-Detail.asp?TID=4&ID=30        ตอนที่ 3 C   วิธีทำไข่เยี่ยวม้า - ปฏิกิริยาเคมีที่เกี่ยวข้อง        
http://www.chemtrack.org/News-Detail.asp?TID=4&ID=31        ตอนที่ 4   ไข่เยี่ยวม้า มีอันตรายหรือไม่        
http://www.chemtrack.org/News-Detail.asp?TID=4&ID=32        ตอนที่ 5   ข้อเสนอ ในการทำไข่เยี่ยวม้า        
http://www.chemtrack.org/News-Detail.asp?TID=4&ID=33        ตอนที่ 6   ประกาศกระทรวงสาธารณสุข  ( ฉบับที่ 236 )  พ.ศ. 2544  เรื่อง ไข่เยี่ยวม้า

โดย:  Summary  [26 ธ.ค. 2553 09:22]
 
   
ข้อคิดเห็นที่ 4:4

http://en.wikipedia.org/wiki/Century_egg        
http://commons.wikimedia.org/wiki/Century_egg        
http://en.wikibooks.org/wiki/Cookbook:Century_egg        
http://www.unu.edu/Unupress/food/8F032e/8F032E03.htm        
http://trophort.com/research/p/128/pidan.php        
http://oldweb.pharm.su.ac.th/Chemistry-in-Life/d031.htm        
http://www.fda.moph.go.th/fda-net/html/product/food/ntfmoph/ntf236.htm        
http://www.rdi.ku.ac.th/Techno_ku60/res-49/index49.html        

โดย:  Summary  [26 ธ.ค. 2553 09:22]
 
   
ข้อคิดเห็นที่ 5:5

ภาวะขาดทองแดง         Copper  Deficiency

http://en.wikipedia.org/wiki/Copper_deficiency        Copper  Deficiency        
http://en.wikipedia.org/wiki/Copper_deficiency#Zinc_Toxicity        

โดย:  EXDSS  [26 ธ.ค. 2553 09:34]
 
   
ข้อคิดเห็นที่ 6:10

http://www.chemtrack.org/News-Detail.asp?TID=4&ID=31
เนื่องจาก ตอนที่  4  ( ตาม Link ข้างบน ) ไม่สามารถเปิดได้  
จึงคัดลอก ข้อมูลส่วนนี้ จาก ไฟล์ต้นฉบับ มาให้อ่านกันใหม่

ตอนที่  4    ไข่เยี่ยวม้า มีอันตราย หรือไม่

4.1    อันตราย จาก  การมี ตะกั่วปนเปื้อน ใน ไข่เยี่ยวม้า
การที่ ไข่เยี่ยวม้า ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค น้อยกว่า ไข่เค็ม  เกิดจาก  ข้อเท็จจริง สำคัญ  2  ประการ  คือ
(1)  เคยมี การใช้ สารประกอบของตะกั่ว ในการทำ ไข่เยี่ยวม้า  
(2)  ยังมี ข่าว - รายงาน - คำเตือน  เรื่อง พบว่า มี ตะกั่วปนเปื้อน ใน ไข่เยี่ยวม้า

ในอดีต  
มีการใช้สารประกอบของตะกั่ว  ในโคลนผสม สำหรับ เคลือบ - พอก ไข่เยี่ยวม้า  หรือ ใช้สารประกอบของตะกั่ว ในสารละลายด่างสำหรับแช่ไข่    
แต่ เมื่อมี การศึกษา และ พิสูจน์ ได้ว่า    
การกินไข่เยี่ยวม้า ที่ทำโดยใช้สารประกอบของตะกั่ว  ทำให้มีตะกั่วสะสมในร่างกาย จนถึงระดับที่เป็นอันตราย    
หน่วยงานรัฐของประเทศต่างๆ จึงได้มีการห้ามใช้สารประกอบตะกั่วในการทำไข่เยี่ยวม้า  
และ / หรือ  กำหนด ปริมาณสูงสุด ของ ตะกั่ว ที่ยอมให้มีได้ ใน ไข่เยี่ยวม้า

ประกอบกับ การพัฒนาวิธีทำไข่เยี่ยวม้า ( รวมทั้งการเลือกใช้สารเคมีอื่นที่มีอันตรายต่ำ )  ทำให้ได้ สูตร - วิธีทำ ไข่เยี่ยวม้า  ที่ ใช้เวลาไม่นาน และ ได้ไข่เยี่ยวม้าคุณภาพดี  โดยไม่ต้องใช้ สารประกอบของตะกั่ว อีก

ที่มา - สาเหตุ - จุดเสี่ยง - โอกาส  ของ  การมี ตะกั่วปนเปื้อน ใน ไข่เยี่ยวม้า

จากผลการ ศึกษา วิจัย ทดลอง วิเคราะห์  ต่อเนื่องกัน หลายสิบปี  โดย บุคลากร ด้าน วิทยาศาสตร์ - การแพทย์ - อาหารและโภชนาการ  จำนวนมาก    
ทำให้ สามารถ รวบรวม  ที่มา - สาเหตุ - จุดเสี่ยง - โอกาส  ของ  การมี ตะกั่วปนเปื้อน ใน ไข่เยี่ยวม้า  ( ที่ไม่ได้เกิดจาก การเติมลงไปโดยเจตนา )  ได้ดังนี้

[ การใช้ ขี้เถ้าไม้  ซึ่งมีโอกาสปนเปื้อนสารประกอบของตะกั่ว ]  
[ การใช้ ภาชนะเซรามิคเคลือบ  ( ซึ่งมีโอกาสปนเปื้อนสารประกอบของตะกั่ว )  ใส่สารละลายด่าง เพื่อ แช่ ไข่ ]  
[ การใช้ ปูนขาว ( ที่ได้จากการเผาแร่หินปูนจากธรรมชาติ )  ซึ่งมีโอกาสปนเปื้อนสารประกอบของตะกั่ว ]  
[ การใช้ โซดาแอช ( ที่ได้จากแหล่งแร่ธรรมชาติ )  ซึ่งมีโอกาสปนเปื้อนสารประกอบของตะกั่ว ]  
[ การใช้ น้ำชา ใน โคลนผสมสำหรับเคลือบไข่ หรือ ใน สารละลายด่างสำหรับแช่ไข่  ( น้ำชา มักไม่มี สารประกอบของตะกั่ว ปนเปื้อน    แต่  Tannin ใน น้ำชา จะช่วยให้ ตะกั่วที่ปนเปื้อนในสารเคมีและวัสดุอยู่แล้ว ละลายออกมา และ ผ่านเข้าไปในไข่ ได้มากขึ้น ) ]  
[ การเลี้ยง เป็ด - ไก่  แบบให้หากินเองตามธรรมชาติ  ในพื้นที่ ซึ่งมีโอกาสปนเปื้อนสารประกอบของตะกั่ว ]  
[ การเลี้ยง เป็ด - ไก่  ด้วย อาหาร ซึ่งมีโอกาสปนเปื้อนสารประกอบของตะกั่ว ]  
[ การ ใช้ ไข่เป็ด - ไข่ไก่  ซึ่งมีโอกาสปนเปื้อนสารประกอบของตะกั่ว ]

ข้อมูล ที่รวบรวมมาทั้งหมด  มีทั้ง  กรณี ที่ สมเหตุสมผล เป็นจริง หรือ มีโอกาสเกิดจริง  และ  กรณี ที่ เป็นการสรุปจากความเป็นไปได้ในแง่ร้ายที่สุด        อย่างไรก็ดี  เมื่อใช้ข้อมูลนี้ เป็นแนวทาง ในการหาวิธี แก้ไข - ป้องกัน    
ก็ สามารถ ลด  การปนเปื้อน ของ ตะกั่ว ใน ไข่เยี่ยวม้า  ได้จริง

วิธีสังเกต  ไข่เยี่ยวม้า  ที่มี  การปนเปื้อน ของ ตะกั่ว
ไข่เยี่ยวม้า ที่มี ตะกั่ว ปนเปื้อน    จะเห็นว่า  ส่วนไข่ขาว มีจุดสีดำ และ มีลักษณะขุ่น ไม่โปร่งแสง

4.2    อันตราย จาก  จุลินทรีย์ก่อโรค  
ความผิดพลาด - ข้อบกพร่องด้านสุขอนามัย ในขั้นตอนการทำไข่เยี่ยวม้า    จะทำให้มี จุลินทรีย์ก่อโรค หลงเหลืออยู่  และ / หรือ สามารถ ปนเปื้อน - เจริญเติบโต - เพิ่มจำนวนมากขึ้น  
จุลินทรีย์ก่อโรค ที่อาจพบได้ ใน  ไข่เยี่ยวม้า   ได้แก่    Clostridium perfringens ,  Staphylococcus aureus  และ  Salmonella

วิธีสังเกต  ไข่เยี่ยวม้า  ที่มี  จุลินทรีย์ก่อโรค
ไข่เยี่ยวม้า จะมีกลิ่นของ ก๊าซไข่เน่า  ( ไฮโดรเจนซัลไฟด์  ;  H2S )  และ / หรือ  เกิดจุดสีเขียวของเชื้อราหรือแบคทีเรีย ภายในเปลือกไข่    
( ถ้าพบว่าเป็นแบบนี้ ไม่ควรรับประทาน )

4.3    อันตราย จาก  ฤทธิ์ ด่าง  ใน ไข่เยี่ยวม้า
การเคลือบไข่ด้วยโคลนผสม หรือ การแช่ไข่ในสารละลายด่าง  ( ในขั้นตอนการทำไข่เยี่ยวม้า )  ถ้าใช้เวลานานเกินไป  หรือ  ใช้ด่างแก่ที่มีความเข้มข้นสูงเกินไป  จะทำให้ ไข่เยี่ยวม้า มี กลิ่นแบบแอมโนเนียฉุนจัด และ มีรสฝาดกัดลิ้นแบบด่าง  
ปัญหานี้  ได้รับการแก้ไข ตั้งแต่ในอดีต  ( โดยภูมิปัญญา ของ ชาวจีน )  ซึ่งนำเอา ขิงดองในน้ำส้มสายชู มารับประทาน ร่วมกับ ไข่เยี่ยวม้า  โดย กรดน้ำส้ม ที่มีอยู่ในน้ำส้มสายชู  จะทำปฏิกิริยา กับ ด่าง ใน ไข่เยี่ยวม้า  ทำให้ สามารถ ลดกลิ่นฉุนแบบแอมโมเนีย และ ลดรสฝาดกัดลิ้นแบบด่าง  ลงได้

หากปราศจาก อันตราย ทั้ง 3 กรณี ที่กล่าวมาแล้ว    ไข่เยี่ยวม้า  จะมีอันตราย  ในระดับเดียวกับ  ไข่เค็ม

วิธีสังเกต  ไข่เยี่ยวม้า  ที่มี คุณภาพดี
ไข่เยี่ยวม้า ชนิดดองในสารละลายด่าง  ที่มีคุณภาพดี    ควรมีลักษณะ  ดังนี้
[ เปลือกไข่  ไม่แตกร้าว - ไม่บุบ - ไม่มีจุดสีดำ ]  
[ ไข่แดง และ ไข่ขาว แยกจากกันชัดเจน ]  
[ ไข่ขาว  เป็นวุ้นใสสีน้ำตาล - ไม่มีจุดดำ - ไม่ขุ่นจนทึบแสง - อ่อนนุ่ม – มีความคงตัวดี ]  
[ ไข่แดง  มีสีเทาดำ หรือ น้ำตาลอมเขียว เป็นยางมะตูม หรือ แข็งกว่า ]  
[ ไข่ขาว  มีรสเค็มเล็กน้อย    ไข่แดงมีรสมันและเค็มเล็กน้อย  
 ( โดย อาจมี กลิ่นฉุน และ รสฝาด เล็กน้อยด้วย ) ]  


โดย:  วินิต ณ ระนอง  [29 ธ.ค. 2558 12:27]
 
   
ขอเชิญร่วมแสดงข้อคิดเห็น
 
จาก:
อีเมล:
ข้อคิดเห็น:
 
 
© สงวนลิขสิทธิ์
หากมีข้อสงสัย หรือคำแนะนำ โปรดแจ้งมาที่ chemtrack@gmail.com
จำนวนผู้เข้าชม
42245317
ตั้งแต่ 17 กรกฎาคม 2546