สนับสนุนโดย สกว. HSM     

 
รัสเซียค้านรัฐเลิกแร่ใยหิน
ผู้เขียน: หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
วันที่: 15 ม.ค. 2558

           รัสเซียตบเท้าหารือกระทรวงอุตสาหกรรม ถามหาความชัดเจนยกเลิกใช้แร่ใยหิน หวั่นสูญเสียตลาดจากการเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ และขัดต่อข้อตกลงทางการค้า ขณะที่"จักรมณฑ์"ย้ำชัดปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด หากยกเลิกต้องแก้พ.ร.บ.วัตถุอันตราย ส่งผลกระทบต้องใช้งบเป็นแสนล้านบาท อุ้มผู้ใช้แร่ใยหิน นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผย ภายหลังการหารือกับนายเดนิส แมนทูรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สหพันธรัฐรัสเซีย เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมาว่าทางรัสเซียต้องการความชัดเจนด้านนโยบายเรื่องการยกเลิกการใช้แร่ใยหินของประเทศไทย เนื่องจากทางรัสเซียเป็นผู้ส่งออกแร่ใยหินรายใหญ่ของโลก

           ขณะเดียวกันไทยกับรัสเซียก็มีความร่วมด้านการค้าและความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ภายใต้คณะกรรมาธิการว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-รัสเซีย ที่เห็นพ้องกันที่จะร่วมแก้ไขปัญหาและอุปสรรคทางการค้า ส่งเสริมการลงทุน และเพิ่มการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุนระหว่างกันให้มากขึ้น ดังนั้นการที่จะยกเลิกการใช้แร่ใยหินก็คงต้องมาพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยปัจจุบันไทยมีผู้ประกอบการกระเบื้องเพียง 2 ราย ที่ยังใช้แร่ใยหินเป็นส่วนประกอบในการผลิตกระเบื้อง แม้จะเป็นจำนวนน้อย แต่หากจะยกเลิกการใช้ทันทีตามข้อเรียกร้องขององค์กรภาคประชาชน ด้วยการแก้ไขพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 จะส่งผลให้รัฐบาลต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนกระเบื้องที่มีแร่ใยหินทั่วประเทศมูลค่าหลายแสนล้านบาท เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ย้อนหลัง ต่างจากประเทศอื่นๆ ที่สามารถยกเลิกการใช้ได้ทันที

           ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดจึงควรจะปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด ซึ่งขณะนี้ผู้ผลิตกระเบื้องทั่วโลก รวมถึงไทยต่างก็ทยอยยกเลิกการใช้แร่ใยหินแล้ว โดยเฉพาะในกลุ่มเอสซีจีก็หันไปหาวัตถุดิบชนิดอื่นมาทดแทนแล้ว อีกทั้งยังไม่พบรายงานผู้เสียชีวิตจากการใช้แร่ใยหินและผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งจากแร่ใยหินเกิดขึ้น เมื่อเทียบกับผู้เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่

           ทั้งนี้ จากสถิติการนำเข้าแร่ใยหินของไทยระหว่างปี 2550-2557 พบว่าอยู่ที่ 5หมื่น - 1 แสนตันต่อปี หรือคิดเป็นมูลค่า 800-1,400 ล้านบาทต่อปี โดยมีแนวโน้มการนำเข้าลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าจากสหพันธรัฐรัสเซีย, บราซิล, แคนาดา และจีน "ตอนนี้ภาคเอกชนส่วนใหญ่ที่เคยใช้แร่ใยหินก็เริ่มปรับตัวโดยการยกเลิกใช้ไปเกือบหมดแล้ว แม้ยังไม่มีผลการศึกษาที่บ่งชี้ชัดเจนว่าแร่ใยหินส่งผลกระทบต่อสุขภาพ แต่เนื่องจากผู้นำเข้าในหลายๆ ประเทศ ต่างกีดกันการใช้แร่ใยหิน จึงอยากให้ผู้ประกอบการทยอยเลิกไปดีกว่าจะมาประกาศยกเลิกเลย แล้วจะต้องเอาเงินของรัฐมาชดเชยผู้ใช้ ซึ่งไม่เห็นด้วย แต่ถ้าผลการศึกษาชัดเจนว่าอันตรายเราก็เห็นควรให้ยกเลิกเลย" นายจักรมณฑ์ กล่าว

           รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีการหารือทางด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะปัญหาค่าเงินรูเบิลของรัสเซียที่ตกต่ำ ยังไม่ส่งผลกระทบการนำเข้าและส่งออกสินค้าของไทย และเพื่อให้มูลค่าการค้าระหว่างกันขยายตัวเพิ่มขึ้น ทางรัสเซียพร้อมที่จะขยายตลาดในลักษณะการร่วมทุน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยา อุตสาหกรรมเครื่องมือทางการแพทย์ อุตสาหกรรมก่อสร้าง อุตสาหกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วนอากาศยาน ซึ่งรัสเซียมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ ส่วนสิทธิประโยชน์ทางภาษีไม่ใช่ประเด็นหลักที่ผู้ประกอบการรัสเซียให้ความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในไทย แต่จะคำนึงถึงโครงสร้างพื้นฐานและทักษะแรงงานมากกว่า อีกทั้ง ยังได้ชักชวนให้ผู้ประกอบการไทยไปลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ด้วย

  สารเคมีที่เกี่ยวข้อง:
Asbestos
 
  ข้อคิดเห็น
   
ขอเชิญร่วมแสดงข้อคิดเห็น
 
จาก:
อีเมล:
ข้อคิดเห็น:
 
 
© สงวนลิขสิทธิ์
หากมีข้อสงสัย หรือคำแนะนำ โปรดแจ้งมาที่ chemtrack@gmail.com
จำนวนผู้เข้าชม
42248131
ตั้งแต่ 17 กรกฎาคม 2546